วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นักเรียนเวียดนามว่ายน้ำไปเรียนหนังสือ นักเรียนไทยพ่อแม่ต้องไปส่ง บ่งบอกอะไร

นักเรียนเวียดนามว่ายน้ำไปเรียนหนังสือ นักเรียนไทยพ่อแม่ต้องไปส่ง บ่งบอกอะไรมีข่าวจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์ พาดหัวเรื่องความทรหดของนักเรียนเวียดนามว่า แชมป์ว่ายน้ำ -- ว่ายข้ามแม่น้ำละ 2 รอบเกือบจะทุกวัน ในทุกฤดูกาลและทุกสภาพอากาศ ไปโรงเรียนที่อยู่ห่างจากหมู่บ้าน 7 กม. คงจะไม่มีอะไรทรหดไปกว่านี้อีกแล้วสำหรับเด็กๆ ชั้นประถมศึกษากลุ่มนี้. 
       
ผู้อ่านชาวเวียดนามต่างรู้สึกสะเทือนอารมณ์ที่ได้เห็นเด็กนักเรียนตัวเล็กๆ กลุ่มหนึ่งต้องว่ายน้ำและเดินลุยแม่น้ำไปโรงเรียนทุกวันมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โรงเรียนอยู่ห่างจากหมู่บ้านออกไป 7 กม.และ ข้ามแม่น้ำสายนั้นเป็นวิธีการเดียวที่จะไปเรียนหนังสือได้ ซึ่งหากมองจากภาพข่าวแล้วบ่งบอกอะไรได้มากสำหรับความเป็นประเทศเวียดนาม ที่พลเมืองของเขามีความอดทนสูงมาก ซึ่งทำให้ความคิดนั้นติดตัวเด็ก ๆ ให้มีความอดทนมากเช่นเดียวกัน และไม่มีข้ออ้างว่าทำไมรัฐบาลไม่ทำสะพานหรือว่าสิ่งอำนวยความสะดวกซึ่งมันคนละหน้าที่กัน หน้าที่เรา (เด็ก) ก็ควรที่จะไปเรียนหนังสือ (หน้าที่สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกก็เป็นของ)รัฐบาล  ซึ่งมองดูแล้วเขาไม่โวยวายอะไรเลย  

       
       ข่าวนี้เป็นที่ฮือฮาผ่านสื่อต่างๆ ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากสำนักข่าวออนไลน์เวียดนามเอ็กซ์เพรสนำภาพข่าว และวิดีโอคลิปพร้อมกับเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กๆ เหล่านั้นออกเผยแพร่ ต่อมาได้มีผู้นำเอาคลิปออกเผยแพร่ผ่านยูทิวบ์ YOUTUBE
       
       หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในเขตคอมมูนที่ห่างไกลของ อ.มีงหวา (Minh Hóa) จ.กว๋างบี่ง (Quảng Bình) มีอยู่เพียงประมาณ 20 ครัวเรือนรวมประชากร 106 คน มีเด็กๆ 14 คนที่ไปเรียนชั้นประถม โรงเรียนตั้งอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง ทั้งหมดเริ่มว่ายน้ำไปโรงเรียนตั้งแต่ฤดูหนาวปีที่แล้ว หลังจากเรือข้ามฟากที่มีอยู่เพียงลำเดียวถูกน้ำพัดพาหายไปในฤดูน้ำหลากก่อนหน้านั้น เวียดนามเอ็กซ์เพรส กล่าว
       
       เด็กๆ กลุ่มนี้ต้องว่ายน้ำกันทุกเช้าและเย็นทุกวัน ไม่ว่าฝนจะตกแดดจะออก ฟ้าสลัว เมฆครึ้มหรือหมอกลงจัด ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนๆ ในรอบปีที่ผ่านมา ยกเว้นเพียงฤดูน้ำหลากที่โรงเรียนจะหยุดการเรียนการสอน 1 เดือนประจำทุกปี


       
       เด็กจะใช้ถุงพลาสติกห่อชุดนักเรียน โดยสวมอีกชุดหนึ่งลงน้ำ บ้างก็เพียงแต่ชูเสื้อผ้าชุดเก่งเหนือศีรษะ แล้วเปลี่ยนเครื่องแต่งกายอีกครั้งเมื่อถึงอีกฝั่ง แต่ก็มีอยู่บ่อยๆ ที่ต้องนั่งเรียนเปียกๆ กันอีกหลายชั่วโมง เพราะเสื้อผ้าเปียกน้ำทั้งหมด
       
       สำหรับเด็กๆ ผู้ชายจะใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ลำบากหน่อยสำหรับเด็กหญิง


 ด.ช.โห่ซแว็ง (Ho Danh) ซึ่งเรียนชั้น ป.4 บอกกับเวียดนามเอ็กซ์เพรส ว่า ทุกคนกลัวกันทั้งนั้น แต่ก็ต้องกล้าเพราะอยากไปโรงเรียนกัน “ว่ายน้ำตอนหน้าหนาว มันหนาวจริงๆ ครับ”
       
       นายโห่ญุง (Ho Nhung) ผู้ใหญ่บ้านวัย 79 ปี แห่งหมู่บ้านออนตื๋อ (On Tú) ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนกล่าวว่า ทุกคนที่นั่นอยากจะได้สะพานข้ามแม่น้ำมานาน แต่ทั้งหมดก็ยังเป็นความฝัน
       
       อย่างไรก็ตาม วันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปเพียง 2 วัน คณะกรรมการประชาชนคอมมูนท้องถิ่นได้จัดเรือข้ามฟากพร้อมชูชีพให้เด็กๆ กลุ่มนี้ไว้ข้ามแม่น้ำไปเรียนเป็นการชั่วคราว


       
       นายดีงกวี๋เญิน (Đinh Quý Nhân) ประธานกรรมการประชาชนคอมมูนมีงหว่า กล่าวว่า ทางการได้แต่เรียกร้องให้ผู้ปกครองพาลูกหลานเหล่านี้ไปโรงเรียน โดยจะจัดเรือกับชูชีพให้ แต่การสร้างสะพานเป็นเรื่องที่อยู่ไกลเกินเกินจะไขว่คว้า เนื่องจากงบประมาณในท้องถิ่นมีไม่พอ
       
       ส่วนทางอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ นายดีงซวนเตี๋ยน (Đinh Xuan Tiến) ประธานกรรมการประชาชนคอมมูนจ่องหวา (Trọng Hóa) กล่าวกับหนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋ว่า ทางการไม่อยากจะอพยพผู้คนออกไปเขตนี้เพื่อสร้างสะพานเนื่องจากเป็นเขตป่าชุมชน และ ต้องการให้ราษฎรเหล่านี้ช่วยรักษาป่าไม้

สำหรับบ้านเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างจะพร้อมสรรพ์มีทั้ง รถตู้รับส่งนักเรียน รถยนต์ส่วนตัว แต่เด็ก ๆ ก็ไม่ยอมไปโรงเรียน หรือไปแล้วแต่ไปไม่ึถึงโรงเรียน ไปอยู่แถว ๆ ห้างสรรพสินค้าบ้้าง สถานเริงรมณ์บ้าง จิตสำนึกในการเรียนยังน้อยไปหน่อย บ่งบอกถึงวินัยของประเทศอย่างหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งเด็กเรา หรือผู้ใหญ่หลาย ๆ คน ต่างอ้างว่าไม่พร้อมเนื่องจาก.....หลายประการ    ลองหันไปดูเด็กเวียดนาม และประชาชนเวียดนามเป็นตัวอย่างซึ่งเขามีแนวความคิดที่จะให้ประชาชนของเขาดูแลป่าให้ด้วย ดีจริง ๆ เลยน่ะครับ ขอนับถือหัวใจของเด็กเวียดนาม

ขอขอบคุณ ASTV และ-- VietnamExpress.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น