วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เฟอร์บี้ Furby ดารานางแบบหลอกขายบนอินสตาแกรม โดนรวบแล้ว


เฟอร์บี้ Furby  ดารานางแบบหลอกขายบนอินสตาแกรม โดนรวบแล้ว 
เฟอร์บี้ Furby เป็นสัตว์เลี้ยงไฮเทค เป็นสัตว์เลี้ยงหุ่นยนต์ที่มีความฉลาดเป็นอย่างมาก และเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักหลากสีสัน สามารถเล่นได้บนแอพจากมือถือได้เป็นอย่างดี จึงทำให้เจ้าเฟอร์บี้ Furby มีความนิยมเป็นอย่างมากเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ด้วยราคาตัวละ 2,000 - 4,000 บาท และตอนนี้ก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง จึงทำให้นักฉวยโอกาสหลอกขายบนโลกออนไลน์ โดยให้โอนเงินไปก่อน แล้วก็ไม่ส่งของจึงทำให้เกิดความเสียหายนับล้านบาท 
จากกรณีกลุ่มผู้เสียหายกว่า 40 คน เดินทางเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) หลังถูกหลอกให้โอนเงินสั่งซื้อตุ๊กตา “เฟอร์บี้” ทางอินสตาแกรม แต่ไม่ได้รับสินค้าตามที่มีการตกลงซื้อขาย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 4.2 ล้านบาท ภายหลัง น.ส.พิม (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ผู้ที่ใช้โปรแกรมอินสตาแกรม ซึ่งเป็นผู้ลงประกาศขายตุ๊กตาเฟอร์บี้ จนมีผู้หลงเชื่อโอนเงินสั่งซื้อ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม พร้อมให้การว่า บังเอิญไปรู้จักกับผู้ที่อ้างตัวเป็นนางแบบสาว ชื่อว่า แนท  ซึ่งรู้จักกับพระเอกหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่นชอบ กระทั่งมีการขอร้องให้ช่วยลงประกาศขายตุ๊กตาเฟอร์บี้ ทางอินสตาแกรม โดยให้ลูกค้าโอนเงินผ่านบัญชี  ธนาคารกสิกรไทย สาขาบิ๊กซี มหาชัย ในชื่อ “ชนนิกานต์ ไตรชิระสุนทร” เลขที่บัญชี 730-2-80397-2 และบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในชื่อ กาญจนา จะบัง เลขที่บัญชี 393-0-06188-0 จนมีผู้ตกเป็นเหยื่อมากมาย โดยตนเองไม่รู้เรื่องว่าเป็นขบวนการ 18 มงกุฎ และทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า วันนี้(8 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นำโดย พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป. ได้ทำการจับกุมนางสาวชนนิกานต์ ไตรชิระสุนทร อายุ 27 ปี หนึ่งในผู้เปิดบัญชีให้กลุ่มผู้เสียหายโอนเงินเข้ามา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัวมาสอบสวนที่ บก.ป. ตั้งแต่เมื่อเย็นวันที่ 7 ก.พ.
โดยการจับกุมดังกล่าว เนื่องจากแนวทางการสอบสวน พบว่า นางสาวชนนิกานต์ เข้าข่ายร่วมกันกระทำความผิด เพราะ ให้การว่า รู้จักกับ แนท ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นนางแบบสาว ผ่านทางโลกออนไลน์ คุยกันจนสนิทสนม จึงถูกอ้อนวอน ให้ช่วยขายตุ๊กตาเฟอร์บี้ ผ่านอินสตาแกรม โดยใช้เลขที่บัญชีตนเอง หลังจากนั้นเมื่อมีลูกค้าโอนเงินเข้ามา ก็ได้โอนเงินอีกทอดไปให้กับ แนท โดยไม่คิดว่า ลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าจะไม่ได้รับของ ส่วนอีกบัญชีหนึ่ง ซึ่งเป็นของนางสาวกาญจนา จะบัง เจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการออกหมายจับแล้วเช่นกัน อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี ขณะที่ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นนางแบบสาว ชื่อแนท นั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ว่าเป็นใคร โดยจะแกะรอยจากคำให้การของนางสาวชนนิกานต์ ที่อ้างว่า แนท ได้ถอนเงินออกจากบัญชีไปแล้ว โดยจะตรวจสอบจากเส้นทางการเงิน ก่อนติดตามจับกุมมาดำเนินคดี.
 เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ทั่วทั้งโลกต่างฮือฮากับตุ๊กตาหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า เฟอร์บี้ (Furby) เพราะเจ้าสัตว์เลี้ยงหุ่นยนต์ชนิดนี้ นอกจากขยับตากับปากได้แล้ว มันยังสามารถเต้นได้อีกด้วย ซึ่งในระยะหลังแม้ข่าวคราวของเจ้าตุ๊กตาเฟอร์บี้ดูจะเงียบหายบ้าง แต่ทางบริษัทผู้คิดค้นคงไม่ยอมปล่อยให้ผลงานชิ้นโบแดงนี้ตายไปจากตลาดของเล่นง่าย ๆ  ดังนั้นพวกเขาจึงทำการยกเครื่องเจ้าเฟอร์บี้ใหม่ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น แต่ก่อนที่จะไปดูข้อมูลของเจ้าตุ๊กตาเฟอร์บี้ฉบับปรับปรุงใหม่นี้ ทีมงานกระปุกดอทคอมจะพาทุกคนไปรู้จักกับความเป็นมาของเจ้าสัตว์เลี้ยงหุ่นยนต์ชนิดนี้กันก่อน 
          บริษัท Hasbro ซึ่งเป็นบริษัทผลิตของเล่นรายใหญ่ที่ผลิตของเล่นนานาชนิดส่งขายทั่วโลกได้สร้างความฮือฮาให้กับตลาดของเล่น เมื่อมีการเปิดตัวสัตว์เลี้ยงหุ่นยนต์เสมือนจริง คือ เจ้าเฟอร์บี้รุ่นแรก ในปี 2541 ซึ่งมันมีรูปร่างหน้าตาเหมือนนกฮูก ผสมกับหนูแฮมสเตอร์ มีความสูงประมาณ 5 นิ้ว และมีปฏิกิริยาตอบสนองเหมือนสัตว์เลี้ยงจริง ๆ  และนับว่าการเปิดตัว เฟอร์บี้ ก็ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เมื่อสามารถสร้างประวัติศาสตร์ในวงการของเล่นด้วยการเป็นของเล่นที่มียอดจำหน่ายสูงสุดถึง 40 ล้านตัวทั่วโลก 


 ทว่า Furby ในยุคแรก ๆ ตุ๊กตาเฟอร์บี้จะพูดคุยด้วยภาษาเฟอร์บิช (furbish) ซึ่งเป็นภาษาเฉพาะของมันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทำให้ผู้เล่นบางส่วนรู้สึกว่าเรื่องดังกล่าวเป็นอุปสรรคในการสื่อสารกับเฟอร์บี้เป็นอย่างมาก และเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง กระแสความนิยมเจ้าตุ๊กตาเฟอร์บี้ก็ค่อย ๆ ลดลง ดังนั้น ทางบริษัท Hasbro จึงได้ทำการพัฒนา และปรับปรุงเจ้าเฟอร์บี้ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ทันสมัยสมัย และตอบสนองต่อผู้เล่นมากขึ้น 
 
         โดยจุดเด่นของตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby ในรุ่นใหม่นี้มีการเปลี่ยนจากดวงตาพลาสติก มาเป็นจอ LCD เรืองแสงได้ แต่ยังคงมีเปลือกตาที่เปิดปิดได้เหมือนรุ่นก่อน ขณะที่ขนาดตัวจะใหญ่กว่ารุ่นเก่าเล็กน้อย และมีการติดตั้งจุดเซ็นเซอร์เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ เฟอร์บี้รุ่นใหม่ยังสามารถรับรู้ และเคลื่อนไหวได้มากกว่ารุ่นเก่า โดยที่ลำตัวตัวของมันจะปกคลุมด้วยขนนุ่ม ๆ มีหู และเท้า เป็นพลาสติก มีจะงอยปากที่เปิดปิดได้พร้อมกับลิ้นไว้รับรู้การป้อนอาหาร 

สำหรับผู้ที่มีปัญหากับภาษาเฟอร์บิชในรุ่นเก่า ก็หมดกังวลกับเรื่องดังกล่าวไปได้เลย เพราะเฟอร์บี้รุ่นใหม่นี้จะมีแอพพลิเคชั่นให้ดาวน์โหลดฟรีใน iOS ซึ่งมีทั้งระบบแปลภาษา, ระบบควบคุม และมีระบบสำหรับให้อาหารเฟอร์บี้ด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถใช้แอพพลิเคชั่นใน iPhone หรือ iPad ผ่าน Furby app เพื่อสั่งงานเฟอร์บี้ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม เฟอร์บี้รุ่นนี้ไม่มีสวิตช์สำหรับปิดเครื่องเหมือนเช่นเคยเพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงจริง ๆ ซึ่งถ้าเราปล่อยมันทิ้งไว้นาน ๆ เจ้าเฟอร์บี้ก็จะหลับไปเอง และเราก็สามารถปลุกมันได้ด้วยการลูบตัวตามปกติ 
 
   
      ทั้งนี้ เฟอร์บี้ Furby ถือเป็นของเล่นอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะสำหรับผู้เล่นในทุกเพศทุกวัย รวมถึงผู้เล่นที่ต้องการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง แต่อาจจะไม่มีเวลาดูแลสัตว์เลี้ยงจริง ๆ ก็สามารถเลี้ยงเจ้าเฟอร์บี้ไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาได้ ซึ่งการกลับมาอีกครั้งของเฟอร์บี้รุ่นใหม่นี้ น่าจะถูกใจผู้ที่ชื่นชอบของเล่นที่ผสมผสานเทคโนโลยีอันทันสมัย เพราะสามารถเล่นควบคู่ไปกับแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย สำหรับราคาขายในบ้านเรานั้นอยู่ที่ประมาณ 2,900 บาทไปจนถึง 4,000 บาท
ขอบคุณข่าวจาก กระปุก และเดลินิวส์

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

อย่างฮา บ่อปลาศักดิ์สิทธิ์ จับได้ปีละครั้งที่ประเทศมาลี

อย่างฮา บ่อปลาศักดิ์สิทธิ์ จับได้ปีละครั้งที่ประเทศมาลี
การจับปลามาทำอาหาร หลาย ๆ คนบอกว่าเป็นเรื่องที่สนุกสนาน โดยเฉพาะปลาที่เราจับได้กับมือด้วยแล้วยิ่งอร่อย ซึ่งภาพการจับปลาที่เรา ๆ คุ้นเคยกันก็จะเห็นว่าพอน้ำเริ่มแห้งก็จะมีคนช่วยกันจับปลากันประมาณ 5 - 6 คน แต่ถ้ามีเด็ก ๆ ด้วยก็ขึ้นอยู่กับครอบครัวขนาดไหน เล็กหรือใหญ่ หากครอบครัวใหญ่หน่อยก็จะมีประมาณ 10 คนกว่า ๆ รวมเด็ก ๆ แล้ว พอน้ำเริ่มแห้งการจับปลาก็จะเริ่มขึ้น เด็ก ๆ ก็จะวิ่งจับปลาใหญ่ ๆ ก่อน โดยใครจับปลาตัวใหญ่ได้ก็จะโชว์ ส่วนปลาเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะไม่ยอมจับกัน

 แต่มีการจับปลาที่ฮามาก ๆ สำหรับประเทศมาลี ในดินแดนแอฟริกา ซึ่งบ่อปลากับคนจับปลาแล้วปลาคงบ่นในใจว่า .....กูรอดจากเหลือเกิน.... การจับปลา การตกปลาคงจะเป็นงานอดิเรกช่วยผ่อนคลายซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน แต่หากจะเอ่ยถึงประเทศที่มีการตกปลาอย่างเอาจริงเอาจังและดุเดือดที่สุดคงไม่มีประเทศไหนเทียบประเทศมาลีได้อย่างแน่นอน เพราะเรียกได้ว่าโกลาหลยิ่งกว่าลงแขกในบ้านเราเสียอีก
สำหรับพิธีกรรมจับปลาที่ว่านี้อยู่ที่หมู่บ้านแบมบาซึ่งเป็นดินแดนของชนเผ่าโดกอน ประเทศมาลี ในอดีตกาลนั้นดินแดนแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยในแต่ละปีจะมีพิธีกรรมจับปลาในบ่อศักดิ์สิทธิ์ "Antogo" บ่อน้ำเล็ก ๆ แต่สำคัญมากที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิตในหมู่บ้านแบมบา ดังนั้น บ่อแห่งนี้จึงห้ามผู้ใดจับปลาโดยเด็ดขาด ยกเว้นเพียงหนึ่งวันในแต่ละปีเท่านั้น ที่จะมีการเฉลิมฉลองด้วยการอนุญาตให้ทุกคนในหมู่บ้านจับปลาได้อย่างเสรี
            ทั้งนี้ ในอดีตแต่เดิมนั้นหมู่บ้านแบมบาเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ป่าที่เขียวชอุ่มปกคลุมทั่วพื้นที่ จนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านไปเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้ดินแดนแห่งนี้ได้กลายเป็นพื้นที่แห้งแล้งไปในฉับพลัน ทำให้อาหารจากทรัพยากรธรรมชาติหาได้ยากยิ่งนัก
ความสนุกสนามของการจับปลาเห็นภาพแล้วก็ไม่ต้องบรรยายอะไรมากมาย  สนุกสนานกันเต็มที่แน่นอน คนจับปลาเมื่อเทียบกับปลาแล้วต่างกันลิปลิ่ว

ดังนั้น เมื่อพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวเวียนมาถึง ชนเผ่าโดกอนเฉพาะผู้ชายเท่านั้น จากหมู่บ้านแบมบา รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงจึงไม่รอช้า แห่เข้ามาจับจองพื้นที่รอบบึงศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับรอเสียงสัญญาณเริ่มพิธีกรรม และเมื่อพิธีกรรมได้เริ่มขึ้นชาวโดกอนต่างแห่วิ่งลงไปในบึงอย่างโกลาหลจนแน่นเต็มพื้นที่แทบไม่เห็นน้ำเลยทีเดียว เนื่องจากมีเวลาจำกัดเพียง 30 นาทีเท่านั้น
ดูแล้วปลาตัวนี้คงจะอร่อยน่าดูเลย เกิดเป็นปลาอยู่แถว ๆ ประเทศมาลีนี้ก็ดีเหมือนกันโดนจับแค่ปีละครั้ง สบายใจไปอีกแบบ
ตูได้แล้วโว้ยเพื่อน ๆ  พอแล้วที่เหลือ จับกันเอาเองก็แล้วกัน ไปละ


            และเมื่อพิธีกรรมสิ้นสุดลงปลาทั้งหมดที่ถูกจับได้จะนำมารวมกัน เพื่อให้ผู้เฒ่าที่อายุมากที่สุดได้ปลาไปก่อน จากนั้นจึงจะมีการแบ่งสรรปลาที่จับมาได้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งจะเห็นว่าแม้จะเป็นประเทศที่ค่อนข้างจะแห้งแล้ง และยังไม่เจริญทางด้านไอที หรือทางด้านเทคโนโลยี แต่ประชาชนก็มีความเป็นประชาธิปไตยสูงมาก รู้จักว่าเวลาแค่ 30 นาที ก็ 30 นาที และพอจับปลาได้แล้วก็จะแบ่งให้คนเฒ่า คนแ่ก่ก่อน ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สูงมาก หากบ้านเราเป็นอย่างนี้บ้างก็คงจะดีเนอะ


วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นักเรียนเวียดนามว่ายน้ำไปเรียนหนังสือ นักเรียนไทยพ่อแม่ต้องไปส่ง บ่งบอกอะไร

นักเรียนเวียดนามว่ายน้ำไปเรียนหนังสือ นักเรียนไทยพ่อแม่ต้องไปส่ง บ่งบอกอะไรมีข่าวจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์ พาดหัวเรื่องความทรหดของนักเรียนเวียดนามว่า แชมป์ว่ายน้ำ -- ว่ายข้ามแม่น้ำละ 2 รอบเกือบจะทุกวัน ในทุกฤดูกาลและทุกสภาพอากาศ ไปโรงเรียนที่อยู่ห่างจากหมู่บ้าน 7 กม. คงจะไม่มีอะไรทรหดไปกว่านี้อีกแล้วสำหรับเด็กๆ ชั้นประถมศึกษากลุ่มนี้. 
       
ผู้อ่านชาวเวียดนามต่างรู้สึกสะเทือนอารมณ์ที่ได้เห็นเด็กนักเรียนตัวเล็กๆ กลุ่มหนึ่งต้องว่ายน้ำและเดินลุยแม่น้ำไปโรงเรียนทุกวันมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โรงเรียนอยู่ห่างจากหมู่บ้านออกไป 7 กม.และ ข้ามแม่น้ำสายนั้นเป็นวิธีการเดียวที่จะไปเรียนหนังสือได้ ซึ่งหากมองจากภาพข่าวแล้วบ่งบอกอะไรได้มากสำหรับความเป็นประเทศเวียดนาม ที่พลเมืองของเขามีความอดทนสูงมาก ซึ่งทำให้ความคิดนั้นติดตัวเด็ก ๆ ให้มีความอดทนมากเช่นเดียวกัน และไม่มีข้ออ้างว่าทำไมรัฐบาลไม่ทำสะพานหรือว่าสิ่งอำนวยความสะดวกซึ่งมันคนละหน้าที่กัน หน้าที่เรา (เด็ก) ก็ควรที่จะไปเรียนหนังสือ (หน้าที่สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกก็เป็นของ)รัฐบาล  ซึ่งมองดูแล้วเขาไม่โวยวายอะไรเลย  

       
       ข่าวนี้เป็นที่ฮือฮาผ่านสื่อต่างๆ ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากสำนักข่าวออนไลน์เวียดนามเอ็กซ์เพรสนำภาพข่าว และวิดีโอคลิปพร้อมกับเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กๆ เหล่านั้นออกเผยแพร่ ต่อมาได้มีผู้นำเอาคลิปออกเผยแพร่ผ่านยูทิวบ์ YOUTUBE
       
       หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในเขตคอมมูนที่ห่างไกลของ อ.มีงหวา (Minh Hóa) จ.กว๋างบี่ง (Quảng Bình) มีอยู่เพียงประมาณ 20 ครัวเรือนรวมประชากร 106 คน มีเด็กๆ 14 คนที่ไปเรียนชั้นประถม โรงเรียนตั้งอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง ทั้งหมดเริ่มว่ายน้ำไปโรงเรียนตั้งแต่ฤดูหนาวปีที่แล้ว หลังจากเรือข้ามฟากที่มีอยู่เพียงลำเดียวถูกน้ำพัดพาหายไปในฤดูน้ำหลากก่อนหน้านั้น เวียดนามเอ็กซ์เพรส กล่าว
       
       เด็กๆ กลุ่มนี้ต้องว่ายน้ำกันทุกเช้าและเย็นทุกวัน ไม่ว่าฝนจะตกแดดจะออก ฟ้าสลัว เมฆครึ้มหรือหมอกลงจัด ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนๆ ในรอบปีที่ผ่านมา ยกเว้นเพียงฤดูน้ำหลากที่โรงเรียนจะหยุดการเรียนการสอน 1 เดือนประจำทุกปี


       
       เด็กจะใช้ถุงพลาสติกห่อชุดนักเรียน โดยสวมอีกชุดหนึ่งลงน้ำ บ้างก็เพียงแต่ชูเสื้อผ้าชุดเก่งเหนือศีรษะ แล้วเปลี่ยนเครื่องแต่งกายอีกครั้งเมื่อถึงอีกฝั่ง แต่ก็มีอยู่บ่อยๆ ที่ต้องนั่งเรียนเปียกๆ กันอีกหลายชั่วโมง เพราะเสื้อผ้าเปียกน้ำทั้งหมด
       
       สำหรับเด็กๆ ผู้ชายจะใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ลำบากหน่อยสำหรับเด็กหญิง


 ด.ช.โห่ซแว็ง (Ho Danh) ซึ่งเรียนชั้น ป.4 บอกกับเวียดนามเอ็กซ์เพรส ว่า ทุกคนกลัวกันทั้งนั้น แต่ก็ต้องกล้าเพราะอยากไปโรงเรียนกัน “ว่ายน้ำตอนหน้าหนาว มันหนาวจริงๆ ครับ”
       
       นายโห่ญุง (Ho Nhung) ผู้ใหญ่บ้านวัย 79 ปี แห่งหมู่บ้านออนตื๋อ (On Tú) ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนกล่าวว่า ทุกคนที่นั่นอยากจะได้สะพานข้ามแม่น้ำมานาน แต่ทั้งหมดก็ยังเป็นความฝัน
       
       อย่างไรก็ตาม วันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปเพียง 2 วัน คณะกรรมการประชาชนคอมมูนท้องถิ่นได้จัดเรือข้ามฟากพร้อมชูชีพให้เด็กๆ กลุ่มนี้ไว้ข้ามแม่น้ำไปเรียนเป็นการชั่วคราว


       
       นายดีงกวี๋เญิน (Đinh Quý Nhân) ประธานกรรมการประชาชนคอมมูนมีงหว่า กล่าวว่า ทางการได้แต่เรียกร้องให้ผู้ปกครองพาลูกหลานเหล่านี้ไปโรงเรียน โดยจะจัดเรือกับชูชีพให้ แต่การสร้างสะพานเป็นเรื่องที่อยู่ไกลเกินเกินจะไขว่คว้า เนื่องจากงบประมาณในท้องถิ่นมีไม่พอ
       
       ส่วนทางอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ นายดีงซวนเตี๋ยน (Đinh Xuan Tiến) ประธานกรรมการประชาชนคอมมูนจ่องหวา (Trọng Hóa) กล่าวกับหนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋ว่า ทางการไม่อยากจะอพยพผู้คนออกไปเขตนี้เพื่อสร้างสะพานเนื่องจากเป็นเขตป่าชุมชน และ ต้องการให้ราษฎรเหล่านี้ช่วยรักษาป่าไม้

สำหรับบ้านเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างจะพร้อมสรรพ์มีทั้ง รถตู้รับส่งนักเรียน รถยนต์ส่วนตัว แต่เด็ก ๆ ก็ไม่ยอมไปโรงเรียน หรือไปแล้วแต่ไปไม่ึถึงโรงเรียน ไปอยู่แถว ๆ ห้างสรรพสินค้าบ้้าง สถานเริงรมณ์บ้าง จิตสำนึกในการเรียนยังน้อยไปหน่อย บ่งบอกถึงวินัยของประเทศอย่างหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งเด็กเรา หรือผู้ใหญ่หลาย ๆ คน ต่างอ้างว่าไม่พร้อมเนื่องจาก.....หลายประการ    ลองหันไปดูเด็กเวียดนาม และประชาชนเวียดนามเป็นตัวอย่างซึ่งเขามีแนวความคิดที่จะให้ประชาชนของเขาดูแลป่าให้ด้วย ดีจริง ๆ เลยน่ะครับ ขอนับถือหัวใจของเด็กเวียดนาม

ขอขอบคุณ ASTV และ-- VietnamExpress.